ทำ SEO ไม่เสียเงินสักบาท!! ภาค 1

ออกตัวแรงดังเอี๊ยดก่อนเลยนะว่า ไม่ใช่กูรู แต่ที่เขียนเป็นบทความนี้ได้ เพราะลองศึกษาจากหลาย ๆ ที่ ก็จาก google นั้นแหละ โดยเมื่อก่อน จะใช้เว็บชื่อ riseprofitsell.com สามารถทำ คีย์เวิร์ดติดอันดับ 1 ด้วยคำว่า “รับทำโปรไฟล์บริษัท” แต่ตอนนี้ได้ทำการเปลี่ยนเว็บไซต์ใหม่เป็น https: //treranan.com  เลยต้องลองทำ SEO ใหม่  ฮิฮิ กว่าจะติดอันดับ 1-5 ช่างยากยิ่งนัก

แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง (ทำ SEO สายขาวนะ ไม่ spam ดำ ๆ ด่าง ๆ ก็มีบ้าง ^^ )

    • ON PAGE คือ เน้นที่ตัวเว็บไซต์โดยตรง จากนั้นก็แบ่งย่อยลงไปอีกว่า ทำอะไรบ้าง
      – เว็บไซต์ทันสมัย : ยังไงที่เรียกว่า ทันสมัยล่ะ ก็คงเป็นเว็บไซต์ที่รองรับการทำงานที่เรียกว่า Responsive (Responsive คืออะไร อ่านเพิ่มเติมได้เลย)

      ทำเว็บไซต์ให้เป็นแบบ https:// : เอาแบบอธิบายแบบง่าย ๆ ภาษาทั่วไป คือ การทำให้เว็บไซต์ดูปลอดภัย น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
      ทดสอบ Speed website : ความเร็วของเว็บไซต์ก็มีผลต่อการให้คะแนนจาก google ทดสอบได้จากลิงค์นี้  https://testmysite.thinkwithgoogle.com/

โอ้ว!! ได้คะแนนดีเหมือนกันแฮะ แต่ถ้าใครสามารถปรับให้ได้สูง ๆ กว่านี้ก็เร่งมือเลย คะแนนก็จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

Mobile Responsive จะเป็นในส่วนของ การแสดงผล Responsive ของมือถือ
Mobile Speed ความเร็วในการแสดงเว็บไซต์บนมือถือ
Destop Speed ความเร็วในการแสดงเว็บไซต์ในจอคอมพิวเตอร์

การปรับแก้ในจุดนี้ เพื่อให้ได้คะแนนเว็บไซต์เพิ่ม ก็จะแบ่งปลีกย่อย ในส่วนของการแก้ไขออกเป็น

การปรับขนาดรูปภาพ
การปรับขนาด CSS
การปรับขนาด Java Script
การสร้าง Cache ให้หน้าเว็บเพจ

เช็คเว็บไซต์กับหลาย Browser : ตรวจสอบเว็บไซต์ว่าการแสดงผลใน Firefox, Chrome, IE Safari ให้สามารถใช้งานได้จริงทุกอัน

การใส่ Title : การใส่ Tile ต้องใส่ไม่เกิน 60 ตัวอักษร รวมเว้นวรรค นับทุกเคาะ

การใส่ Description : การใส่ Description ต้องไม่เกิน 160 ตัวอักษร รวมเว้นวรรค นับทุกเคาะ

ถ้าใส่ยาวเกินไปมีผลยังไง ก็คิดว่าน่าจะเอาไปแชร์ในโซเชียลไม่ค่อยได้ผลดีนัก และแถมถูกหักคะแนนจาก กูเกิ้ลอีกด้วยนะ

การมี Content ที่ดี : หลาย ๆ คน คงเคยได้ยินคำว่า Content is king  เชื่อเถอะ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เนื้อหาที่ดี มีคุณภาพ เนื้อแน่น มีประโยชน์ ผู้ที่เข้ามาอ่านบทความเราแล้วได้ประโยชน์ บางทีเอาไปแชร์ต่อ ได้ Backlink เพิ่มอีก มีแต่ได้ กับได้ทั้งนั้น

ตรวจหาคำผิดในเว็บไซต์ : หมั่นตรวจสอบคำผิดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 

– ตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ: การตั้งชื่อไฟล์รูป และใส่คำอธิบายให้กับภาพการตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และการใส่คำอธิบายให้กับภาพ ก็มีผลต่อ SEO  ดังนั้นเราควรใส่  alt=”Keyword”  ตรงคำว่า Keyword ให้ใส่คำที่มีความหมายให้ตรงกับรูปภาพ เช่น เป็นรูปภาพผลงานออกแบบ company profile ก็ใส่ว่า “portfolio company profile”

การใส่ Keyword : มีเครื่องมือมากมายในการช่วยวิเคราะห์คีย์เวิร์ด เพราะอย่างที่บอก การทำ SEO ไม่สามารบอกวิธีที่ตายตัวได้จริง ๆ ถ้าเช่นนั้นขอแบ่งการสมัคร ตัวช่วยของ Google ดังนี้

Google webmaster tool เครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ การเพิ่มโครงสร้าง Site map เพื่อจัดดัชนี(Index) ทำตามขั้นตอน สามารถลองทดสอบได้ด้วยตนเอง จะทำให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น


Google Analytics เครื่องมือตัวเก็บสถิติเกี่ยวกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ พฤติกรรมของคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์

 + Google Keyword Planner เครื่องมือช่วยวิเคราะห์คีย์เวิร์ด

บทความนี้เอาไปศึกษากันก่อนสำหรับมือใหม่การทำ SEO กับการทำ SEO Onpage ซึ่งก็คือ ให้ความสนใจที่ตัวเว็บไซต์เราเป็นหลักเสียก่อน.. ครั้งหน้าจะมาอธิบายกับการทำ SEO Offpage

SEO ทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ขอแค่มีเวลา เอาใจใส่ ใจเย็น ลองผิดลองถูก รู้จักสังเกต ก็ไม่เสียเงินสักบาท!!!

อ่านการทำ SEO เพิ่มเติม ภาค 2 ได้ที่นี้ การทำ SEO OFF-PAGE